502 Bad Gateway


nginx
PCD : News
พ.ศ. 2560
พ.ศ. 2559
พ.ศ. 2558
พ.ศ. 2557

คพ.รุกดับกลิ่นเหม็นโรงยางพาราทั่วประเทศ เตรียมออกค่ามาตรฐานกลิ่น ป้องกันชุมชนรอบข้าง

ข่าววันที่ 9 มิ.ย. 60


ข่าวสารสิ่งแวดล้อม

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ฉบับที่ 43/2560 วันที่ 8 มิถุนายน๒๕๖๐

คพ.รุกดับกลิ่นเหม็นโรงยางพาราทั่วประเทศ
เตรียมออกค่ามาตรฐานกลิ่น ป้องกันชุมชนรอบข้าง

วันที่ 8 มิถุนายน 2560 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.)เปิดเผยว่า คพ.ได้ประชุมหารือเพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหากลิ่นเหม็นจากการประกอบกิจการยางพารา โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม ประกอบด้วย การยางแห่งประเทศไทย กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมวิชาการเกษตร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมน้ำยางข้นไทย สมาคมยางพาราไทย สหกรณ์กองทุนสวนยาง และชุมนุมสหกรณ์จังหวัดต่างๆ รวมทั้งผู้ประกอบการยางพาราทั่วประเทศกว่า 50 แห่ง

นายจตุพร กล่าวว่า ประเทศไทยมีโรงงานผลิตยางเป็นโรงงานลำดับที่ 52 (3) การทำยางแผ่นรมควัน การทำยางเครป ยางแท่ง ยางน้ำ หรือการทำยางให้เป็นรูปแบบอื่นใดที่คล้ายคลึงกันจากยางธรรมชาติ จำนวนทั้งสิ้น 698 แห่ง ตั้งอยู่กระจายในทุกภาค โดยมีมากที่สุดในภาคใต้ 461 แห่ง (ร้อยละ 72) รองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 89 แห่ง (ร้อยละ 14) และภาคตะวันออก 78 แห่ง (ร้อยละ 12) ตามลำดับ จังหวัดที่มีโรงงานลำดับที่ 52 (3) มาก 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) นครศรีธรรมราช 2) สงขลา 3) ตรัง 4) สุราษฎร์ธานี และ 5) ระยอง ตามลำดับ มีปัญหาเรื่องน้ำเสียและกลิ่นเหม็นกระทบความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง ในรัศมี 2-3 กม. ซึ่งในปี 2555?2560มีเรื่องร้องเรียนปัญหากลิ่นเหม็น จำนวน 50 เรื่อง และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นทุกปี

โดย คพ. ได้ตรวจสอบการประกอบกิจการยางพาราและพบว่ามีสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหากลิ่นจากกระบวนการต่างๆ ได้แก่ การทำยางก้อนถ้วยที่ใช้กรดฟอร์มิคและกรดซัลฟิวริค การขนส่งสู่โรงงานมีการรั่วไหลของน้ำเซรั่มจากยางก้อนถ้วยตกหล่นบนถนนการกอง/การเก็บวัตถุดิบกลางแจ้งเป็นจำนวนมากส่งกลิ่นเหม็นรบกวน รวมทั้งจะมีปัญหาน้ำชะกองยาง โดยจะส่งผลกระทบต่อน้ำผิวดิน น้ำใต้ดิน การล้างทำความสะอาดยาง การสับให้เป็นชิ้นเล็ก การอบยางโดยใช้ความร้อน ซึ่งมีการระบายอากาศเสียที่มีกลิ่นออกสู่สิ่งแวดล้อม ซึ่ง คพ.ได้ประเมินด้วยแบบจำลองคณิตศาสตร์ พบว่าสามารถส่งผลกระทบไปได้ไกลในระยะ 2-3 กิโลเมตร

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติ 1. เห็นชอบการกำหนดมาตรฐานควบคุมกลิ่นจากการประกอบกิจการยางพาราซึ่ง คพ.คาดว่าจะใช้เวลาในการดำเนินการเพื่อจัดทำมาตรฐานฐานดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในเวลา 1 ปี โดยจะมีการตั้งคณะทำงานร่วมโดยมีผู้แทนจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม การยางแห่งประเทศไทย และผู้แทนจากโรงงานยางพาราร่วมกันขับเคลื่อนการกำหนดมาตรฐานต่อไป 2. มอบหมายให้การยางแห่งประเทศไทยไปหารือร่วมกับกลุ่มผู้ประกอบการยางพาราทั่วประเทศ เพื่อหาแนวทางในการจัดการกลิ่นที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งให้รายงานผลการประชุมวันนี้ให้คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติแห่งชาติ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อทราบต่อไป และ 3. มอบหมายให้การยางแห่งประเทศไทย และกรมวิชาการเกษตร หาแนวทางในการส่งเสริมให้เกษตรกรใช้กรดฟอร์มิค แทนกรดซัลฟิวริค เพื่อลดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม

แนวทางที่ใช้ในการกำหนดมาตรฐานนี้ จะเน้นตามหลักประชารัฐ และการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน โดยเกษตรกรก็ควรใช้สารเคมีที่ช่วยทำให้ยางจับตัวเร็วขึ้นแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผู้ประกอบการยางพาราก็ต้องปรับปรุงการผลิตให้ดีเพียงพอที่จะควบคุมกลิ่นไม่ให้ไปรบกวนประชาชนที่อยู่รอบๆ ภาครัฐก็ต้องช่วยสนับสนุนข้อมูลหรือวิชาการให้ทั้งเกษตรกรและโรงงานเพื่อให้มีการพัฒนาควบคู่กันไปได้อย่างยั่งยืน นายจตุพร กล่าว



ฝ่ายเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมควบคุมมลพิษ
โทรศัพท์ ๐ ๒๒๙๘ ๒๐๖๕, ๐ ๒๒๙๘ ๒๐๖๙ โทรสาร ๐ ๒๒๙๘ ๕๓๗๔ www.pcd.go.th
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม www.mnre.go.th


ผู้ประสานงาน : นิชร คงเพชร (pubpcd@gmail(dot)com)



404 Not Found

Not Found

The requested URL /cfm/banner5.jpg was not found on this server.

หน้าแรก | เกี่ยวกับคพ. | ข้อมูลและบริการ | ประชาสัมพันธ์ | ติดต่อเรา | Site Map
กรมควบคุมมลพิษ 92 ซ.พหลโยธิน 7 ถ.พหลโยธิน พญาไท กทม. 10400 02-298-2000
Copyright © 2004 by Pollution Control Department. All rights Reserved.

กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม