Connection Failure PCD : News
พ.ศ. 2563
พ.ศ. 2562

ทส. รุกภาคเหนืองดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว เร่งจัดทำกฎหมาย

ลงในเว็บไซต์วันที่ 13 ก.พ. 63

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ฉบับที่ 37 วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563

ทส. รุกภาคเหนืองดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว เร่งจัดทำกฎหมาย


วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมวบคุมมลพิษ (คพ.) เป็นประธานพิธีเปิดและมอบนโยบายการบริหารจัดการขยะพลาสติกในการประชุมเชิงปฏิบัติการ แนวทางการงดใช้ถุงพลาสติกในตลาดสดและร้านขายของชำและแนวทางการจัดทำกฎหมายจัดการขยะพลาสติก ครั้งที่ 2 ณ โรงแรมเชียงใหม่ ออร์คิด จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายวีระพันธ์ ดีอ่อน ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับ และผู้เข้าร่วมประชุมจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ในพื้นที่ภาคเหนือเข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ นักกฎหมาย นักสิ่งแวดล้อม ผู้แทนห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ตลาดสด ร้านขายของชำ และประชาชน มากกว่า 150 คน

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า ปัญหาขยะพลาสติกกลายเป็นวิกฤติด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลก ที่นานาชาติให้ความสำคัญ โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีขยะพลาสติกเกิดขึ้นประมาณ 12% ของปริมาณขยะที่เกิดขึ้นทั้งหมดหรือประมาณปีละ 2 ล้านตัน และสามารถนำกลับไปใช้ประโยชน์ได้เพียงเฉลี่ยปีละ 0.5 ล้านตันเท่านั้น รัฐบาลได้ตระหนักถึงปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากขยะพลาสติก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้จัดทำ Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 ? 2573 เพื่อใช้เป็นกรอบและทิศทางการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการจัดการขยะพลาสติกของประเทศ ประกอบด้วย 2 เป้าหมาย เป้าหมายที่ 1 คือ การลด และเลิกใช้พลาสติกเป้าหมาย ด้วยการใช้วัสดุทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยจะดำเนินการกับประเภทและชนิดของพลาสติกที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้และก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งกำหนดการเลิกใช้พลาสติก 3 ชนิด ภายในปี 2562 ได้แก่ 1) พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม 2) ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ผสมสารอ๊อกโซ่ และ3) ไมโครบีดส์ และกำหนดเลิกใช้พลาสติก 4 ชนิด ภายในปี 2565 ได้แก่ 1) ถุงพลาสติกหูหิ้วขนาดความหนา น้อยกว่า 36 ไมครอน 2) กล่องโฟมบรรจุอาหาร 3) แก้วพลาสติก (แบบบางใช้ครั้งเดียว) และ 4) หลอดพลาสติก และเป้าหมายที่ 2 มีการนำขยะพลาสติกเป้าหมายกลับมาใช้ประโยชน์ ร้อยละ 100 ภายในปี 2570

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า ถุงพลาสติกหูหิ้วขนาดบางหรือถุงก๊อบแก๊บ เป็น 1 ใน 7 ชนิดของพลาสติกเป้าหมายที่ต้องเลิกใช้ภายในปี 2565 โดยมีปริมาณการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วในประเทศไทย 45,000 ล้านใบต่อปี ประกอบด้วย ห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อ ร้อยละ 30 ร้านขายของชำ ร้อยละ 30 และตลาดสด ร้อยละ 40 ในปี 2563 ทส. ได้ร่วมมือจากภาคีเครือข่ายภาคธุรกิจเอกชน ผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อ กว่า 90 ราย ในการงดให้บริการถุงพลาสติกหูหิ้วกับลูกค้า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป พร้อมทั้งยังเสนอแนะแนวทางการปฏิบัติต่าง ๆ เพื่อให้การดำเนินงานสามารถสำเร็จได้ตามวัตถุประสงค์ เป็นความสำเร็จในระดับประเทศ

จากการติดตามประเมินผลมาตรการงดให้ถุงพลาสติกหูหิ้วใน ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อ ระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 12 กุมภาพันธ์ 2563 พบว่า ห้างฯ งดให้ถุงพลาสติกหูหิ้วตามนโยบายรัฐ ร้อยละ 97 ยังมีการให้ถุงพลาสติกหูหิ้ว ร้อยละ 3 โดยห้างฯ มีการนำถุงอื่นๆ เช่น ถุงสปันบอนด์ ถุงผ้า ถุงพลาสติกรูปทรงอื่น ถุงพลาสติกมีข้อความรักษ์โลก ถุงกระดาษ มาวางจำหน่ายให้กับลูกค้า สำหรับ Feedback ของลูกค้า ต่อมาตรการงดให้ถุงของห้างฯ พบว่า ให้ความร่วมมือ ร้อยละ 61 เฉยๆ ร้อยละ 36 และไม่ให้ความร่วมมือเพียงร้อยละ 3 ดังนั้น เพื่อเป็นการขับเคลื่อนการดำเนินงานการจัดการพลาสติกให้เกิดผลอย่างเป็นระบบครบวงจร ในวันนี้เราจะขอความร่วมมือกับจากผู้ว่าราชการจังหวัดในการขับเคลื่อนการงดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วขนาดบางหรือถุงก๊อบแก๊บในตลาดสดและร้านขายของชำที่อยู่ในพื้นที่ โดยจัดให้มีตลาดสดต้นแบบที่งดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว อย่างน้อย จังหวัดละ 1 แห่ง เพื่อเป็นต้นแบบ

สำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการ แนวทางการงดใช้ถุงพลาสติกในตลาดสดและร้านขายของชำและ แนวทางการจัดทำกฎหมายจัดการขยะพลาสติกในครั้งที่ 2 นี้ เป็นการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจาก ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง นำไปประกอบการพิจารณาในกระบวนการจัดทำกฎหมายจัดการขยะพลาสติกต่อไป โดยครั้งต่อไปเป็น ครั้งที่ 3 ในวันที่ 3 มีนาคม 2563 ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และครั้งที่ 4 ในวันที่ 23 เมษายน 2563 ณ จังหวัดขอนแก่น

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวทิ้งท้ายว่า การจะลดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน และประชาชน ในการร่วมมือกันแก้ไขปัญหาขยะพลาสติก โดยการใช้ซ้ำ เลือกบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ประเทศไทยเป็นเมืองที่น่าอยู่ และประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


ผู้ประสานงาน : นิชร คงเพชร (pubpcd@gmail(dot)com)



404 Not Found

Not Found

The requested URL /cfm/banner5.jpg was not found on this server.

หน้าแรก | เกี่ยวกับคพ. | ข้อมูลและบริการ | ประชาสัมพันธ์ | ติดต่อเรา | Site Map
กรมควบคุมมลพิษ 92 ซ.พหลโยธิน 7 ถ.พหลโยธิน พญาไท กทม. 10400 02-298-2000
Copyright © 2004 by Pollution Control Department. All rights Reserved.

กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม