Implementing International Actions on POPs

การยกร่างกลไกทางกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อควบคุมการปลดปล่อยสารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน

การยกร่างกลไกทางกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อควบคุมการปลดปล่อยสารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน
(International Legally Binding Instrument for Implementing International Actions on Certain Persistent Organic Pollutants (POPs)

การประชุมคณะมนตรีประศาสน์การโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP Governing Council) เมื่อเดือนพฤษภาคม 2538 มีมติให้องค์กรระหว่างชาติ Inter - Organization Programme on the Sound Management of Chemical (IOMC) ร่วมกับ Intergovernmental Forum of Chemical Safety (IFCS) พิจารณาแนวนโยบาย มาตรการและแผนปฏิบัติในการจัดการสารเคมีอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยต่อสุขภาพมนุษย์และสิ่งแวดล้อมซึ่งกำหนดไว้ในบทที่ 19 (Chapter 19) ตามแผนปฏิบัติเพื่อพิทักษ์สิ่งแวดล้อมโลกในศตวรรษที่ 21 (Agenda 21) โดย IOMC และ IFCS ได้ร่วมกันประชุมจัดทำแผนปฏิบัตในหลายประเด็นรวมทั้งในเรื่องการกำหนดกลไกทางกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อลดการเสี่ยงต่อสุขภาพมนุษย์และสิ่งแวดล้อมจากการปลดปล่อยสารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน (Persistent Organic Pollutants : POPs) 12 ชนิดในเบื้องต้นคือ aldrin dieldrin endrin DDT toxaphene chlordane heptachlor mirex hexachlorobenzene PCBs dioxins และ furans ตลอดจนเสนอแนะให้มีการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างชาติในเรื่อง POPs ซึ่งสอดคล้องกับมติของคณะกรรมการบริหารขององค์การอนามัยโลก (World Health Assembly : WHA) และอนุสัญญาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องคือ Convention on Long-Range Transboundary Air Pollution และ Barcelona Convention for the Protection of the Mediterranean Sea Against Pollution รวมทั้งมติการประชุมรัฐบาลระหว่างชาติเรื่อง Protection of the Marine Environment from Land-Based Activities ในส่วนของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) และองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้มีความเห็นสอดคล้องกัน คือ ต้องการให้มีกลไกทางกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อควบคุมการปลดปล่อยสาร POPs เบื้องต้น 12 ชนิดดังกล่าว และมีมติให้ WHO โดย IFCS และ UNEP โดย UNEP Chemicals ร่วมกับรัฐบาลประเทศต่าง ๆ จัดทำร่างอนุสัญญา POPs (POPs Convention) ขึ้น

IFCS และ UNEP จึงได้ร่วมกันจัดประชุมคณะกรรมการเจรจาระหว่างรัฐบาล (Inter - Governmental Negotiating Committee, INC) ครั้งแรกที่เมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา ในเดือน กรกฎาคม 2541 ครั้งที่ 2 ที่กรุงไนโรบี ประเทศเคนยา ในเดือนมกราคม 2542 ครั้งที่ 3 ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในเดือน กันยายน 2542 ครั้งที่ 4 ที่กรุงบอนน์ ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ในเดือน มีนาคม 2543 และครั้งที่ 5 ที่เมืองโจฮันเนสเบอร์ก สาธารณรัฐอาฟริกาใต้ ในเดือนธันวาคม 2543 นับว่าเสร็จสมบูรณ์ในหลักเกณฑ์ที่สำคัญของอนุสัญญา โดยมีผู้แทนรัฐบาลจากประเทศต่าง ๆ องค์กรรัฐบาลระหว่างชาติ องค์กรภายใต้องค์การสหประชาชาติ องค์กรเอกชน สมาคม มูลนิธิ อุตสาหกรรม สถาบันการศึกษาและอื่น ๆ เพื่อเตรียมกลไกทางกฎหมายระหว่างประเทศบังคับใช้สำหรับการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ โดยเน้นที่สาร POPs ทั้ง 12 ชนิดดังกล่าวรวมทั้งศึกษาและพิจารณาสาร POPs อื่น ๆ นอกเหนือจาก 12 ชนิดที่กำหนดไว้แล้วด้วย โดยให้พิจารณาจากกระบวนการและกฎเกณฑ์บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ ยังได้เสนอแนะให้ความช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาและประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ทั้งในด้านวิชาการและ งบประมาณเพื่อให้ประเทศเหล่านั้นสามารถปฏิบัติตามมาตรการกลไกทางกฎหมายเกี่ยวกับสาร POPs โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการติดตามตรวจสอบ การจัดทำทำเนียบ การเสริมสร้างสมรรถนะในการบริหารจัดการ การศึกษาทางเลือกใหม่และการจัดทำทำลายสารที่เหลือจากการใช้โดยวิธีที่เอื้ออำนวยต่อสิ่งแวดล้อม

กรมควบคุมมลพิษในฐานะหน่วยประสานงาน (focal point) ของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับสารมลพิษที่ตกค้างยาวนานในสิ่งแวดล้อม ได้รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องและจัดทำรายงานสถานภาพข้อมูลสารมลพิษที่ตกค้างยาวนานของประเทศ (National POPs Profile) นอกจากนี้ ได้กำหนดให้มีแผนการดำเนินงานเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาจาก dioxins และ furans แต่เนื่องจากการดำเนินงานดังกล่าวยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย และยังมีปัญหาในเรื่องการสืบค้น ที่มาและแหล่งกำเนิดของ dioxins และ furans จึงได้ประสานขอความช่วยเหลือจากหน่วยงาน German Technical Cooperation (GTZ) ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ในการจัดทำทำเนียบแหล่งกำเนิด dioxins และ furans และได้ประสานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้แก่ กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมวิชาการเกษตร กรมอนามัย กรมวิทยาศาสตร์บริการ กรุงเทพมหานคร การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในการดำเนินการจัดทำทำเนียบแหล่งกำเนิด dioxins และ furans ในประเทศ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณากำหนดแนวทางหรือมาตรการในการลด ป้องกัน และแก้ไขปัญหาจาก dioxins และ furans ต่อไป รวมทั้งได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนได้ รับทราบและเสนอแนะแผนการดำเนินงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหาจาก dioxins และ furans ตลอดจนแลกเปลี่ยนความรู้ และเสริมสร้างประสบการณ์ในด้านการบริหารจัดการ dioxins และ furans ภายในประเทศ นอกจากนี้ กรมควบคุมมลพิษได้กำหนดแผนงานในการดำเนินการเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจวิเคราะห์ dioxins และ furans จากกิจกรรมและโรงงานอุตสาหกรรมบางประเภท

ในส่วนการดำเนินงานระหว่างประเทศ ได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการเจรจาระหว่างรัฐบาลรวมทั้งสิ้น 5 ครั้ง เพื่อร่างกลไกทางกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยการควบคุมสารมลพิษที่ตกค้างยาวนานใน สิ่งแวดล้อม เน้นที่สาร POPs ทั้ง 12 ชนิดดังกล่าวข้างต้น รวมทั้งศึกษาและพิจารณาสาร POPs อื่น นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ กรมควบคุมมลพิษร่วมกับ UNEP และ IFCS ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเมื่อเดือนพฤศจิกายน2540 เพื่อ ให้ประเทศสมาชิกในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกได้ตระหนักและเข้าใจสารมลพิษ ที่ตกค้างยาวนานครอบคลุมถึงชนิด ประเภท การใช้ แหล่งกำเนิดมลพิษ ปัญหา อันตราย การจัดการ รวมทั้ง แนวทางที่จะให้มีการควบคุมเป็นกฎหมายระหว่างประเทศ และจัดทำเป็นอนุสัญญาต่อไป และได้จัดการประชุมระดับผู้เชี่ยวชาญระหว่างประเทศเมื่อเดือนตุลาคม 2541 เพื่อจัดเตรียมหลักเกณฑ์บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ และกระบวนการในการกำหนดสาร POPs เพิ่มเติมสำหรับการปฏิบัติระหว่างประเทศในอนาคต และ UNEP ร่วมกับรัฐบาลประเทศต่างๆ จะได้จัดการประชุม Diplomatic Conference ณ กรุงสต็อกโฮม ประเทศสวีเดน เพื่อเปิดให้มีการรับรอง (adoption) และการลงนาม (signature) อนุสัญญาฉบับนี้ในเดือนพฤษภาคม 2544

More information about Persistent organic Pollutants (POPs) in English.

ข้อมูลเพิ่มเติม: อนุสัญญากรุงสตอกโฮล์มว่าด้วยสารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน



ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
ส่วนสารอันตราย
สำนักจัดการกากของเสียและสารอันตราย

โทรศัพท์ 0 2298 2439
โทรสาร 0 2298 2442
E-mail : dbase.c@pcd.go.th




กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม