Lamp

Download ยุทธศาสตร์การดำเนินงานฯ ที่นี่ [ pdf:86.7 KB ]
การพัฒนายุทธศาสตร์การดำเนินงานระหว่างประเทศว่าด้วยการจัดการสารเคมี
คณะกรรมการ Steering Committee
การดำเนินงานของไทย


การพัฒนายุทธศาสตร์การดำเนินงานระหว่างประเทศว่าด้วยการจัดการสารเคมี
(Development of Strategic Approach to International Chemicals Management : SAICM)


“สารเคมี” มีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อสังคมสมัยใหม่และมีส่วนเกี่ยวข้องในการยกระดับคุณภาพชีวิตของมนุษย์ จึงมีความจำเป็นจะต้องดำเนินนโยบายที่เหมาะสมในด้านการจัดการสารเคมีเพื่อปกป้องสุขภาพอนามัยของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมจากความเสี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการผลิต การใช้ และ/หรือ การกำจัดทำลายสารเคมี ด้วยเหตุนี้ ที่ประชุม UNEP Governing Council และ World Summit on Sustainable Development (WSSD) จึงได้ริเริ่มกระบวนการพัฒนายุทธศาสตร์การดำเนินงานระหว่างประเทศด้านการจัดการสารเคมี (Strategic Approach to International Organization on Chemicals Management: SAICM) โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน การพัฒนายุทธศาสตร์ฯ ดังกล่าวได้ริเริ่มขึ้นในการประชุมเตรียมการจัดทำยุทธศาสตร์การดำเนินงานระหว่างประเทศด้านการจัดการสารเคมี ครั้งที่ ๑ (SAICM PrepCom1) ในระหว่างวันที่ 9-13 พฤศจิกายน พ.ศ.2546 ณ กรุงเทพมหานคร และคาดว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ในการประชุมระหว่างประเทศด้านการจัดการสารเคมี (International Conference on Chemicals Management: ICCM) ในปี พ.ศ. 2549

Fluorescent lamps
Fluorescent lamps
ภาพบรรยากาศในการประชุม "SAICM"

ความเป็นมาและภารกิจ

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 UNEP Governing Council ระบุว่า มีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนา SAICM ขึ้น โดยอาศัย Bahia Declaration และ Priorities for Action Beyond 2000 ที่ได้รับการรับรองโดย IFCS เมื่อปี พ.ศ. 2543 เป็นพื้นฐาน ความคิดริเริ่มนี้ได้รับการรับรองในการประชุม WSSD เมื่อปี พ.ศ. 2545 ณ เมืองโจฮันเนสเบอร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งเรียกร้องให้มีการพัฒนา SAICM ให้แล้วเสร็จในปีพ.ศ.2548 โดยมีเป้าหมายที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ของ SAICM ในปี พ.ศ.2563 (หรือปี ค.ศ.2020) กล่าวคือ เพื่อให้มีการผลิตและการใช้สารเคมีในทางที่จะนำไปสู่การลดผลกระทบอันไม่พึงประสงค์ต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม


พื้นฐานการพัฒนา SAICM

SAICM ได้พัฒนาขึ้นจาก Bahia Declaration และ Priorities for Action Beyond 2000 โดยการทบทวนกิจกรรมการจัดการสารเคมีที่มีอยู่ในปัจจุบันโดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาที่ยังไม่มีแนวทางใดแก้ไขได้ ในการนี้ ร่างแนวทางการดำเนินงานของ SAICM ได้จัดทำขึ้นโดยรัฐบาล องค์กรระหว่างประเทศ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง


ความพยายามที่จะให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม

ผลดีของกระบวนการพัฒนา SAICM คือ การส่งเสริมและสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนของสังคมได้มีส่วนร่วมในการพัฒนา SAICM รวมถึงองค์การทางด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัย เกษตร แรงงาน อุตสาหกรรม และการพัฒนา การประสานนโยบายระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับชาติและระหว่างประเทศจึงมีส่วนสำคัญทำให้มีการจัดการด้านความเสี่ยงมีประสิทธิภาพตลอดวงจรการผลิต การใช้ และการกำจัดสารเคมี


การกำหนดนโยบาย

ขอบเขตการดำเนินการ SAICM เป็นประเด็นที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะต้องร่วมกันพิจารณา ความกังวลหรือประเด็นคำถามเกี่ยวกับนโยบายที่หลากหลาย การประสานงาน และขีดความสามารถของแต่ละประเทศยังเป็นประเด็นที่หาข้อยุติไม่ได้ อาทิ
• กิจกรรมระหว่างประเทศที่เป็นไปได้ซึ่งจะนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหาด้านการจัดการสารเคมี
• การประสานนโยบายด้านความปลอดภัยจากสารเคมี
• การระดมทรัพยากรเพื่อเพิ่มศักยภาพของประเทศกำลังพัฒนาและประเทศที่มีการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจ

ประเด็นเหล่านี้มีส่วนส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสารเคมีระหว่างประเทศอย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และสมเหตุผลในด้านการเงิน นอกจากนี้ SAICM ยังมีส่วนช่วยเพิ่มศักยภาพของบุคลากร และกฎระเบียบต่างๆ รวมทั้งช่วยในการตัดสินใจในด้านการจัดการสารเคมีในทุกระดับ

คณะกรรมการ Steering Committee

องค์กรระหว่างประเทศที่ร่วมกันรับผิดชอบในกระบวนการพัฒนา SAICM ประกอบด้วย องค์การระหว่างประเทศด้านการจัดการสารเคมี (International Organizations on Chemicals Management: IOMC) 7 องค์กร กล่าวคือ FAO, ILO, OECD, UNEP, UNIDO, UNITAR และ WHO รวมทั้ง IFCS, UNDP และ World Bank


แนวทางการจัดการซากหลอดฟลูออเรสเซนต์

ภาพการประชุมคณะกรรมการ "SAICM"

SAICM PrepCom1

SAICM PrepCom1 จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 9-13 พฤศจิกายน 2546 ณ กรุงเทพมหานคร ได้พัฒนาโครงร่างของ SAICM และได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของ SAICM กล่าวคือ “การผลิตและการใช้สารเคมีในทางที่จะนำไปสู่การลดผลกระทบอันไม่พึงประสงค์ต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม” จะต้องประสบผลสำเร็จภายในปี พ.ศ.2563

SAICM PrepCom2

SAICM PrepCom2 จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 4-8 ตุลาคม 2547 ณ กรุงไนโรบี ประเทศเคนยา การประชุมดังกล่าวได้พิจารณากำหนดหัวข้อหลักของ SAICM  3 หัวข้อ ประกอบด้วย ปฏิญญา SAICM (High-Level Declaration: HLD) ร่างนโยบายเชิงยุทธศาสตร์ (Overarching Policy Strategy: OPS) และมาตรการที่ชัดเจน (Concrete Measures ซึ่งต่อมาเรียกว่า Global Plan of Action หรือ GPA) ที่ประชุมได้พิจารณา OPS และมีความก้าวหน้าในการจัดทำมาตรการที่ชัดเจนเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยจากสารเคมี และได้ให้ข้อคิดเห็นในการปรับปรุงแก้ไขร่างปฏิญญา SAICM

SIACM PrepCom3

SAICM PrepCom3 จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 19-24 กันยายน 2548 ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ที่ประชุมได้พิจารณา ร่าง HLD และได้บรรลุข้อตกลงในหลายประเด็นในร่าง OPS และ GPA  แม้ว่าจะยังมีบางประเด็นที่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ในการประชุม SAICM PrepCom3 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเด็นการพิจารณาด้านการเงิน อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะมีการให้การรับรองปฏิญญา SAICM ในการประชุม ICCM ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 4-6 กุมภาพันธ์ 2549 ณ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

การประชุม ICCM 1

การประชุม International Conference on Chemicals Management (ICCM1) สมัยที่ 1 กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 4-6 กุมภาพันธ์ 2549 ณ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อรับรองปฏิญญา SAICM ในการนี้ สำนักเลขาธิการ SAICM ได้เชิญรัฐบาลประเทศต่างๆ จัดส่งผู้แทนที่สามารถเจรจาต่อรองและตัดสินใจได้เข้าร่วมการประชุม ซึ่งประกอบด้วยรัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่อาวุโสจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสารเคมีระหว่างประเทศ อาทิ หน่วยงานด้านการเกษตร การพัฒนา สิ่งแวดล้อม การต่างประเทศ สุขภาพอนามัย อุตสาหกรรม และแรงงาน

การประชุม ICCM 2

การประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยการจัดการสารเคมี สมัยที่ 2 (The Second Session of International Conference on Chemicals Management: ICCM2) กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-15 พฤษภาคม 2552 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส หัวข้อการประชุมในครั้งนี้ เน้นประเด็นการติดตามการดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ฯ (SAICM) ที่ได้ให้การรับรองแล้วตั้งแต่ปี 2549 และความร่วมมือระหว่างองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ ในการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ฯ กล่าวคือ “การผลิตและการใช้สารเคมีในทางที่จะนำไปสู่การลดผลกระทบอันไม่พึงประสงค์ต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ภายในปีพ.ศ. 2563” ซึ่งที่ประชุมได้มีมติข้อตัดสินใจ ในประเด็นที่สำคัญๆ กล่าวคือ
  1. กฎระเบียบการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ฯ (Rule of Procedure)
  2. รูปแบบการรายงานความคืบหน้าการดำเนินงาน
  3. การประเมินผลการดำเนินงาน และแนวทางการปรับปรุงแผนปฏิบัติการตามยุทธศาสตร์ฯ
  4. แนวทางความร่วมมือด้านเทคนิค และการเงินเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ฯ
  5. นโยบายเร่งด่วนที่ควรให้ความสนใจและร่วมมือกันดำเนินกิจกรรม 4 ประเด็น คือ 1) นาโนเทคโนโลยี และการผลิตวัสดุนาโน (nanotechnology and manufactured nanomaterials) 2) สารเคมีในผลิตภัณฑ์ (chemicals in products) 3) สารตะกั่วในสี (lead in paints) และ 4) ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (electronic wastes)
  6. กรอบแผนงบประมาณสำหรับปี 2552-2555
อนึ่ง ในการประชุมครั้งนี้ ประเทศไทยและประเทศอิหร่านได้รับเลือกให้เป็นผู้แทนของกลุ่มภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในคณะกรรมการพิจารณาโครงการ Quick Start Programme Trust Fund (QSP Executive Board) ต่ออีกหนึ่งสมัย นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา ประเทศต่างๆ ได้ บริจาคทุนสนับสนุนให้กับกองทุน SAICM QSP ใน 2 รูปแบบ คือ 1) การบริจาคทุนในรูปตัวเงินให้กับกองทุน SAICM QSP Trust Fund โดยได้รับเงินบริจาค รวมทั้งสิ้น 32.4 ล้านเหรียญสหรัฐ จากประเทศผู้บริจาค 24 ประเทศ สมาคมด้านเคมี 1 สมาคม และองค์กรระหว่างประเทศ 7 องค์กร (กล่าวคือ หน่วยงาน OECD UNDP UNEP UNIDO UNITAR และ WHO) ซึ่งคณะกรรมการบริหาร QSP ได้อนุมัติโครงการฯ ไปแล้วรวมทั้งสิ้น 74 โครงการ รวมเป็นเงิน 14,020,252 เหรียญสหรัฐ และ 2) การให้การสนับสนุนในรูปแบบ in-kind ให้แก่กองทุน SAICM QSP Non-Trust Fund จากรัฐบาล องค์กรระหว่างประเทศ ภาคเอกชน อาทิ ประเทศญี่ปุ่น หน่วยงาน FAO UNITAR UNEP ICCA

การประชุม OEWG1

The First meeting of the Open-ended Working Group of the International Conference on Chemicals Management (ICCM1) ครั้งที่ 1 จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 14-19 พฤศจิกายน 2554 ณ กรุงเบลเกรด สาธารณรัฐเซอร์เบีย เป็นการประชุมเพื่อเตรียมการสำหรับการประชุม the International Conference on Chemicals Management (ICCM) สมัยที่ 3 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 17-21 กันยายน พ.ศ. 2555 ณ กรุงไนโรบี สาธารณรัฐเคนยา

ในระหว่างการประชุม OEWG1 สำนักเลขาธิการฯ ได้จัดให้มีการนำเสนอข้อมูลด้านเทคนิควิชาการในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสารเคมี และการแลกเปลี่ยนข้อมูลรวมทั้งข้อคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมการประชุมฯ เกี่ยวกับการดำเนินงานของประเทศต่างๆ ตามยุทธศาสตร์ SAICM ทรัพยากรด้านการเงินและด้านเทคนิคสำหรับการปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ฯ ประเด็นด้านนโยบายเร่งด่วน ยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพอนามัยของมนุษย์ การเตรียมการสำหรับการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน แผนงานกิจกรรมและร่างงบประมาณของสำนักเลขาธิการฯ ในระหว่างปี พ.ศ. 2556 - 2558



การดำเนินการของไทย

ประเทศไทยได้จัดให้มีการประชุมเตรียมการเพื่อเข้าร่วมการประชุม ICCM สมัยที่ 2 ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุมฯ ประกอบด้วย ผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมอนามัย กรมควบคุมโรค กรมองค์การระหว่างประเทศ ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และกรมควบคุมมลพิษ

กรมควบคุมมลพิษในฐานะศูนย์ประสานงานแห่งชาติของ SAICM ได้ประสานหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาให้ความเห็นต่อเอกสารต่างๆ รวมทั้งศึกษารวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดส่งให้สำนักเลขาธิการ SAICM ต่อไป อาทิ เค้าโครงของ Report on nanotechnologies and manufactured nanomaterials รายงาน “Chemicals in Products: An overview of systems for providing information regarding chemicals in products and of stakeholders’ needs for such information” เอกสาร Revised National Profile Guidance Document ข้อมูลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การดำเนินงานระหว่างประเทศว่าด้วยการจัดการสารเคมีของประเทศไทยในระหว่างปี 2552 – 2553 ข้อมูลความคืบหน้าในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ด้านความปลอดภัยและจริยธรรมนาโนเทคโนโลยี (พ.ศ. 2554 – 2559)

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้รับการสนับสนุนทั้งจากกองทุน SAICM QSP Trust Fund และกองทุน SAICM QSP Non-Trust Fund ดังนี้

1. งบประมาณจากกองทุน SAICM QSP Trust Fund รวมทั้งสิ้น 3 โครงการ ดังนี้

  1. โครงการในระดับประเทศ (National Project) กล่าวคือ โครงการเสริมสร้างขีดความสามารถของบุคลากรในการสนับสนุนการดำเนินงานตามอนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ (Capacity Building and Awareness Raising Programmes on the Implementation of the Rotterdam Convention in Thailand) โดยกรมควบคุมมลพิษ โครงการฯ ดังกล่าว ได้รับอนุมัติงบประมาณจากกองทุน QSP ในรอบที่ 5 เป็นเงิน 250,000 เหรียญสหรัฐ ซึ่งความคืบหน้าในปัจจุบัน ได้มีการจัดเตรียมด้านหน่วยบริหารโครงการแล้วเสร็จและอยู่ระหว่างดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของโครงการฯ อาทิ การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมและเตรียมการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ สำหรับเจ้าหน้าที่ศุลกากร และเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (Designated National Authorities: DNA) การเตรียมการ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างความตระหนักเกี่ยวกับการดำเนินงานตามอนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ

  2. โครงการร่วมกับประเทศอื่น (Multi-country project) กล่าวคือ โครงการ Technical Support to Strengthening National Capacities for Sound Management of Priority Industrial Carcinogens in Indonesia and Thailand โดยกรมควบคุมโรค ร่วมกับประเทศอินโดนีเซีย และมีหน่วยงาน WHO เป็น Executing agency ทั้งนี้ โครงการฯ ดังกล่าว ได้รับอนุมัติงบประมาณจากกองทุน QSP ในรอบที่ 4 เป็นเงิน 219,456 เหรียญสหรัฐ ซึ่งความคืบหน้าในปัจจุบันได้บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับรายละเอียดแผนการดำเนินงาน จัดการประชุมระดับชาติแล้วเสร็จโดยการมีส่วนร่วมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศ ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำทำเนียบสารก่อมะเร็งทางด้านอุตสาหกรรม การเก็บรวบรวมข้อมูลประชากรที่ได้รับสัมผัสและระดับการได้รับสัมผัสสารประเภทดังกล่าว รวมทั้งการระบุผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการสารก่อมะเร็งทางด้านอุตสาหกรรมอย่างปลอดภัย

  3. โครงการขององค์กรภาคประชาสังคม (Civil Society) กล่าวคือ โครงการ Development of course materials and a distance learning tool for the assessment of risk from the use of chemicals support SAICM’s capacity building efforts in developing countries โดยสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ โครงการฯ ดังกล่าว ได้รับอนุมัติงบประมาณจากกองทุน QSP ในรอบที่ 6 เป็นเงิน 249,804 เหรียญสหรัฐ ซึ่งสถานภาพปัจจุบันได้มีการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเกี่ยวกับการประเมินความเสี่ยง รวมทั้งทดสอบหลักสูตรฯ แล้วเสร็จ ขณะนี้อยู่ระหว่างการแปลงหลักสูตรในรูปแบบ on-line โดยได้ทดสอบ Module ที่ 1 แล้วเสร็จเมื่อเดือนธันวาคม 2554 และคาดว่าจะสามารถใช้เครื่องมือ on-line ดังกล่าวได้ครบทุก Module ในเดือนมีนาคม 2555
2. การได้รับการสนับสนุนจากกองทุน SAICM QSP Non-Trust Fund จากกระทรวงสิ่งแวดล้อม ประเทศญี่ปุ่น ในการดำเนินโครงการเสริมสร้างขีดความสามารถในการตรวจวิเคราะห์สารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน (Capacity Building on POPs Analysis in Core Media) เป็นเงิน 100,000 เหรียญสหรัฐ โดยได้ดำเนินโครงการฯ ในระหว่างเดือนมกราคม 2552 - มีนาคม 2553 ปัจจุบันโครงการฯ ดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว

ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามอ่านข้อมูลความคืบหน้าได้ที่ : http://www.saicm.org , http://www.pcd.go.th และ http://pops.pcd.go.th หรือติดต่อส่วนสารอันตราย สำนักจัดการกากของเสียและสารอันตราย กรมควบคุมมลพิษ โทร ๐ ๒๒๙๘ ๒๔๕๗ โทรสาร ๐ ๒๒๙๘ ๒๔๒๕ Email: dbase.c@pcd.go.th

เอกสารดาว์นโหลด


ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
ส่วนสารอันตราย
สำนักจัดการกากของเสียและสารอันตราย

โทรศัพท์ 0 2298 2457 โทรสาร 0 2298 2425
E-mail : dbase(dot)c(at)pcd(dot)go(dot)th




กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม