สถานการณ์มลพิษของประเทศไทย ปี 2548


คุณภาพแหล่งน้ำทั่วประเทศคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่ง
ทั่วประเทศ
คุณภาพอากาศมลพิษทางเสียง

สถานการณ์ขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล สถานการณ์ด้านสารอันตรายและของเสียอันตราย สถานการณ์อุบัติภัยและเรื่องราวร้องทุกข์



คุณภาพแหล่งน้ำทั่วประเทศ

แหล่งน้ำผิวดินทั่วประเทศ มีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ดีคิดเป็นร้อยละ 20 พอใช้ร้อยละ 48 เสื่อมโทรมร้อยละ 27 และเสื่อมโทรมมากร้อยละ 5 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2547 พบว่า คุณภาพน้ำโดยรวมมีแนวโน้มเสื่อมโทรมมากขึ้น ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่มาจากการระบายน้ำทิ้งจากกิจกรรมต่างๆ โดยไม่ผ่านการบำบัด ทำให้มีความสกปรกในรูปสารอินทรีย์ (BOD) และแบคทีเรียกลุ่มฟีคอลโคลิฟอร์ม (FCB) สูง แหล่งน้ำที่อยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรมมากส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เดิม ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ท่าจีนตอนล่าง และลำตะคองตอนล่าง


คุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งทั่วประเทศ

สำหรับน้ำทะเลชายฝั่งทั่วประเทศคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดีมากร้อยละ 3 ดีร้อยละ 44 เสื่อมโทรมร้อยละ 41 และเสื่อมโทรมมากร้อยละ 3 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2547 พบว่าคุณภาพน้ำเสื่อมโทรมลงประมาณร้อยละ 76 ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากมีแบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมดและฟีคอลโคลิฟอร์มเกินค่ามาตรฐาน บริเวณที่มีปัญหาคุณภาพน้ำเสื่อมโทรมมาก ได้แก่ อ่าวไทยฝั่งตะวันออกบริเวณอ่าวชลบุรี จังหวัดชลบุรี และอ่าวไทยฝั่งตะวันตกบริเวณปากคลองบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ส่วนคุณภาพสิ่งแวดล้อมชายหาดท่องเที่ยวที่สำรวจส่วนใหญ่พบว่าอยู่ในระดับคงเดิม ชายหาดที่มีคุณภาพในระดับดี คือ หาดจอมเทียน และหาดละไม และระดับดีมาก คือ หาดกะรน



คุณภาพอากาศของประเทศไทย

คุณภาพอากาศในภาพรวมของประเทศไทยในปี 2548 ปัญหามลพิษมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่ยังคงพบฝุ่นขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน เป็นปัญหาหลักในหลายพื้นที่ทั้งในเขตชุมชนเมืองและย่านอุตสาหกรรม โดยแหล่งกำเนิดที่สำคัญมาจากยานพาหนะ อุตสาหกรรมและการเผาในที่โล่ง พื้นที่ที่มีปัญหามากที่สุดคือ จังหวัดสระบุรี (ตำบลหน้าพระลาน) โดยมีแหล่งกำเนิดจากเหมืองหิน โรงโม่บด และย่อยหินและการจราจร ตรวจวัดค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงได้ 22.6 - 300.8 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร มีจำนวนครั้งที่เกินมาตรฐานร้อยละ 30.1 ในกรุงเทพมหานครพื้นที่ที่มีปัญหาส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่เดิม ได้แก่ บริเวณถนนสายหลักที่มีการจราจรหนาแน่น เช่น ถนนพระรามที่ 6 ถนนพระรามที่ 4 สำหรับจังหวัดเชียงใหม่และลำปาง มีปัญหาฝุ่นขนาดเล็กในช่วงต้นปี สาเหตุเกิดจากการเผาในที่โล่ง ทั้งจากพื้นที่ทำการเกษตร ไฟป่าและการเผาขยะในชุมชน รวมถึงยานพาหนะ สำหรับจังหวัดสมุทรปราการซึ่งเคยมีปัญหาฝุ่นมากที่สุด ในปี 2548 พบว่ามีสถานการณ์ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด



มลพิษทางเสียง

สถานการณ์ระดับเสียง พบว่า กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีระดับเสียงใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา โดยจะมีปัญหาบริเวณริมถนน (ค่าเฉลี่ย 72 เดซิเบลเอ) เช่น ถนนลาดพร้าว ถนนตรีเพชร ถนนสันติภาพ ส่วนพื้นที่ริมถนนในต่างจังหวัดระดับเสียงลดลงมีค่าเสียงเฉลี่ย 63 เดซิเบลเอ




สถานการณ์ด้านการจัดการขยะมูลฝอย

ในปี 2548 คาดว่าจะมีปริมาณขยะมูลฝอยชุมชนเกิดขึ้นประมาณ 14.3 ล้านตัน ซึ่งลดลงจากปี 2547 ประมาณ 0.3 ล้านตัน โดยเกิดในเขตเทศบาลและเมืองพัทยาประมาณวันละ 12,635 ตัน (ร้อยละ 32) นอกเขตเทศบาลซึ่งครอบคลุมพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลทั้งหมดเกิดขึ้นวันละ 18,295 ตัน (ร้อยละ 47) และในเขตกรุงเทพมหานครประมาณวันละ 8,340 ตัน (ร้อยละ 21) ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ปริมาณขยะมูลฝอยในกรุงเทพมหานครลดลงเนื่องจากการดำเนินการลดและคัดแยกขยะมูลฝอย การเรียกคืนซากบรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์

รวมทั้งการรณรงค์ลดการใช้พลาสติกและโฟมในห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อต่างๆ สำหรับในเขตเทศบาลมีสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยที่ถูกหลักสุขาภิบาล 117 แห่ง แบ่งเป็นฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล 104 แห่ง เตาเผา 3 แห่ง ระบบผสมผสาน 3 แห่ง และได้รับสนับสนุนงบประมาณเพิ่มอีก 7 แห่ง ซึ่งทำให้สามารถกำจัดขยะมูลฝอยได้ร้อยละ 43 ของปริมาณที่เกิดขึ้นในเขตเทศบาลทั่วประเทศ ส่วนชุมชนนอกเขตเทศบาลส่วนใหญ่ยังไม่มีสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยที่ถูกหลักสุขาภิบาล ในด้านการใช้ประโยชน์ขยะมูลฝอยนั้น มีการนำกลับมาใช้คิดเป็นร้อยละ 22 หรือประมาณ 3.1 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2547 ร้อยละ 1



สถานการณ์การจัดการมลพิษด้านสารอันตราย

สถานการณ์มลพิษด้านของเสียอันตราย : ในปี 2548 คาดว่ามีปริมาณของเสียอันตรายชุมชนเกิดขึ้นประมาณ 0.4 ล้านตัน ร้อยละ 34 เกิดในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยแหล่งกำเนิดที่สำคัญ ได้แก่ อู่ซ่อมรถ บ้านเรือนและสถานบริการน้ำมันและแนวโน้มของเสียอันตรายปี 2549 คาดว่ายังคงมีปริมาณใกล้เคียงกับปี 2548

สถานการณ์มลพิษด้านการจัดการสารอันตราย : สำหรับปริมาณสารอันตราย ในปี 2548 คาดว่าจะมีปริมาณการนำเข้าจากต่างประเทศประมาณ 5.7 ล้านตัน และผลิตในประเทศประมาณ 26 ล้านตัน รวมทั้งสิ้น 31.7 ล้านตัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2547 ประมาณร้อยละ 7.5 สารอันตรายดังกล่าวมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนในภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังพบการปนเปื้อนของสารอันตรายในสิ่งแวดล้อม เช่น การปนเปื้อนของสารเคมีป้องกันศัตรูพืชและสัตว์ในพื้นที่สวนส้มภาคเหนือ แต่ปริมาณค่อนข้างต่ำและมีค่าไม่เกินมาตรฐาน การปนเปื้อนของสารแคดเมียมบริเวณอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เป็นต้น ในส่วนของอุบัติภัยจากสารเคมีในปีนี้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นจำนวน 23 ครั้ง และมีผู้เสียชีวิต 3 ราย




ปฏิบัติการฉุกเฉินและฟื้นฟูกิจกรรมการตรวจสอบกรณีฉุกเฉิน

การตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษและปัญหาการร้องเรียน :

   การบังคับใช้กฎหมาย ได้ทำการตรวจสอบอาคารประเภท ก. จำนวน 185 แห่ง มีอาคารที่ไม่ปฏิบัติตามกฏหมาย 51 แห่ง จึงมีคำสั่งให้เจ้าของทำการแก้ไขและตรวจสอบซ้ำอีกครั้งจำนวน 12 แห่ง ซึ่งพบว่ามีอาคารที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง 1 แห่ง และจะต้องทำการปรับตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ต่อไป สำหรับการตรวจสอบตรวจจับและห้ามใช้รถยนต์ควันดำ มีจำนวนทั้งสิ้น 28,054 คัน ออกคำสั่งห้ามใช้ 9,024 คัน โดยมีการขอยกเลิกคำสั่ง 5,963 คัน คิดเป็นร้อยละ 66
การร้องเรียนปัญหามลพิษมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นโดยระหว่างเดือน มกราคม-พฤศจิกายน 2548 มีจำนวนทั้งสิ้น 758 เรื่อง จากสถิติพบว่า การแจ้งเหตุร้องเรียนทางโทรศัพท์มากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 40 รองลงมาคือ อินเตอร์เน็ตร้อยละ 24 และทางจดหมายร้อยละ 22.5 ปัญหาด้านมลพิษที่มีการร้องเรียนมากที่สุดคือ ด้านกลิ่นเหม็นคิดเป็นร้อยละ 37 รองลงมาคือ ด้านฝุ่นละอองหรือเขม่าควันร้อยละ 25 และมลพิษทางน้ำร้อยละ 17 ในส่วนของจังหวัดที่มีการร้องเรียนมากที่สุดคือ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการและสมุทรสาคร ตามลำดับ
นอกจากนี้ กรมควบคุมมลพิษ ได้กำหนดแนวปฏิบัติการดำเนินการเรื่องร้องเรียน โดยในพื้นที่ต่างจังหวัดจะประสานสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดดำเนินการ เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์ เหตุการณ์สำคัญและการบริหารจัดการมลพิษในปี 2548
ในปี 2548 มีเหตุการณ์สำคัญซึ่งเกิดขึ้นและเป็นปัญหาต่อเนื่องที่จะต้องมีการดำเนินการแก้ไขโดยสรุป ดังนี้

เหตุการณ์สำคัญ

  • การแก้ไขปัญหาตะกั่วห้วยคลิตี้ กรมควบคุมมลพิษได้มีการดำเนินการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำในบริเวณห้วยคลิตี้อย่างต่อเนื่องหลังจากที่เหมืองได้ปิดตัวลง ซึ่งพบว่าการปนเปื้อนของตะกั่วในน้ำลดลง แต่ในตะกอนท้องน้ำและสัตว์น้ำยังคงมีการปนเปื้อนอยู่ ในปี 2548 จึงได้มีการติดตั้งระบบกรองน้ำประปาภูเขาที่บ้านคลิตี้บนและคลิตี้ล่าง พร้อมกับฟื้นฟูลำห้วยและทำความเข้าใจกับประชาชนถึงลักษณะพิเศษของพื้นที่ซึ่งเป็นแหล่งตะกั่วธรรมชาติ ทำให้การใช้ชีวิตของประชาชนในพื้นที่นี้มีโอกาสได้รับการสัมผัสตะกั่วเข้าสู่ร่างกายได้ ซึ่งจะต้องระมัดระวังในเรื่องของการอุปโภคบริโภคน้ำ และพืชผักที่มีการสะสมตะกั่วในพื้นที่ด้วย
  • สึนามิกับการจัดการมลพิษ หลังจากเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัย กรมควบคุมมลพิษได้ดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อจัดการและฟื้นฟูคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยการแก้ไขกลิ่นเหม็นจากน้ำเน่าเสียและขยะมูลฝอย การจัดทำระบบการจัดการขยะมูลฝอยและน้ำเสียในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ 14 แห่ง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง รวมทั้งการก่อสร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียให้กับบ้านร่วมมือร่วมใจที่จังหวัดพังงา ซึ่งทำให้คุณภาพสิ่งแวดล้อมตลอดชายฝั่งทะเลทั้ง 6 จังหวัดมีคุณภาพดีขึ้น
  • หมอกควันอินโดในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย เป็นเหตุการณ์ที่เกิดปัญหาจากไฟไหม้ป่าที่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย เป็นเหตุให้พื้นที่ภาคใต้ตอนล่างบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี ภูเก็ตและสงขลามีฝุ่นขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน สูงขึ้น โดยที่จังหวัดภูเก็ตมีฝุ่นเฉลี่ย 1 ชั่วโมง ระหว่างวันที่ 16-17 สิงหาคม 2548 สูงสุด 172 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร และฝุ่นเฉลี่ย 24 ชั่วโมง 108 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร
  • การแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในเขตควบคุมมลพิษตำบลหน้าพระลาน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี ยังคงมีการดำเนินมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเน้นด้านการบังคับใช้กฎหมายและกำกับดูแลแหล่งกำเนิดมลพิษในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว การมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในพื้นที่ รวมถึงการตรวจประเมินเพื่อคัดเลือกและมอบป้ายสถานประกอบการดีเด่น ทำให้สถานการณ์ปัจจุบันมีระดับปัญหาลดลงมาก
  • การลักลอบทิ้งสารเคมีและน้ำมันเครื่องใช้แล้วบริเวณบ้านหนองแขวะ ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี มีการลักลอบนำน้ำกรดที่ใช้ล้างโลหะมาทิ้งในบ่อขุดหน้าดินเก่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างการหาตัวผู้กระทำผิดมารับผิดชอบในการนำกากของเสียไปกำจัด ส่วนการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นได้ทำการขุดลอกดินปนเปื้อนบางส่วนไปกำจัดแล้ว ส่วนกรณีการลักลอบทิ้งสารเคมีและน้ำมันเครื่องใช้แล้วบริเวณพื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอ ศรีราชา จังหวัดชลบุรี มีการลักลอบนำน้ำกรดที่ใช้ล้างโลหะมาทิ้งในบ่อขุดหน้าดินเก่า ปัจจุบันมีการติดตามตรวจสอบสภาพปัญหาเป็นระยะๆ และอยู่ระหว่างการสืบสวนหาผู้กระทำผิดมารับผิดชอบในการนำกากไปกำจัด

    การบริหารจัดการมลพิษ

  • เลือดสายพันธุ์ใหม่......นักรบสิ่งแวดล้อมเป็นการดำเนินงานร่วมกับสถาบันการศึกษา เพื่อปลูกจิตสำนึกด้านการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมให้กับเยาวชนที่เป็นนิสิตนักศึกษาของประเทศ โดยได้สำรวจน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑลและได้ขยายผลการดำเนินงานด้านอากาศไปยังส่วนภูมิภาค โดยเพิ่มเติมการตรวจวัดมลพิษทางอากาศ จากผลการดำเนินงานพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล สำรวจโรงงานอุตสาหกรรมแล้วจำนวน 5,256 แห่ง มีสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคจำนวน 82 แห่ง
  • การลดมลพิษทางเสียงจากรถจักรยานยนต์ เป็นการรณรงค์ใช้รถจักรยานยนต์ที่มีระดับเสียงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบและบำรุงรักษารถจักรยานยนต์ให้อยู่ในสภาพที่ดีอยู่เสมอ เช่น การปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นสี่จังหวะ บริการตรวจเช็คสภาพรถฟรี
  • อลูมิเนียม...สร้างฝันคนพิการ เป็นการดำเนินการร่วมกับมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และห้างบิ๊กซีทุกสาขาทั่วประเทศ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตต์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 72 พรรษา โดยมีเป้าหมายในการรวบรวมวัสดุอลูมิเนียมให้ได้ไม่น้อยกว่า 72 ตัน เพื่อลดการตกค้างขยะอลูมิเนียม โดยนำไปผลิตขาเทียม ปรากฎว่าสามารถรวบรวมวัสดุอลูมิเนียมได้กว่า 90 ตัน ซึ่งนับว่าเกินเป้าหมายกว่าที่ตั้งไว้

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
เอกสาร: สถานการณ์มลพิษของประเทศไทย ปี พ.ศ. 2548 (สรุป) [pdf: 2.04 MB]




กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม